ปัญหาเงื่อนไขถอนเงินที่ซับซ้อนจะแก้ไขอย่างไร? ผู้เชี่ยวชาญสอน 5 ขั้นตอนปฏิบัติ

ในปี 2026 นี้ หลายคนยังคงประสบปัญหาความซับซ้อนของเงื่อนไขถอนเงินที่แตกต่างกันไปในแต่ละสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านวงเงินรายวัน ค่าธรรมเนียมที่ซ่อนอยู่ หรือขั้นตอนการยืนยันตัวตนที่ยุ่งยาก บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเงื่อนไขถอนเงินจากบัญชีธนาคารต่างๆ ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง พร้อมแนะนำ 5 ขั้นตอนปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้ทุกการถอนเงินของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด
เงื่อนไขถอนเงิน - ตัวแทนธนาคาร

ภาพประกอบเกี่ยวกับ ตัวแทนธนาคาร

อัปเดตเงื่อนไขถอนเงิน 2569

ในปี 2569 นี้ เงื่อนไขถอนเงิน จากธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับนโยบายดิจิทัลและมาตรการป้องกันความเสี่ยงใหม่ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) การอัปเดตครั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรม ฝาก-ถอนเงินสด ของ ผู้ฝาก ทุกคน ไม่ว่าจะผ่าน เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในสาขา ตู้เอทีเอ็ม หรือช่องทาง แอปพลิเคชันธนาคาร เป้าหมายหลักคือเพิ่มความปลอดภัยของ ธุรกรรมทางการเงิน ลดการฉ้อโกง และส่งเสริมการทำธุรกรรมไร้เงินสด

หนึ่งในข้อเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ กระบวนการ ยืนยันตัวตน ที่เข้มงวดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับการถอนเงินจำนวนมากผ่านเคาน์เตอร์ ธนาคารส่วนใหญ่กำหนดให้ต้องใช้ บัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด พร้อมกับการตรวจสอบใบหน้า (Face Verification) เทียบกับฐานข้อมูลของรัฐ ซึ่งเป็นไปตาม ข้อบังคับสถาบันการเงิน ฉบับใหม่ นอกจากนี้ การใช้ ลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย ในการเบิกเงินผ่าน เช็ค ยังต้องตรงกับตัวอย่างลายมือชื่อที่ธนาคารเก็บไว้อย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัย ธนาคารอาจระงับการทำรายการชั่วคราวเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้การ เรียกเก็บเงินตามเช็ค ล่าช้ากว่าปกติ ขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการเตรียมเอกสารให้พร้อมและตรวจสอบความถูกต้องของลายมือชื่อในสมุดบัญชีหรือแบบฟอร์มเปิดบัญชีไว้ล่วงหน้า

สำหรับ วงเงินทำรายการ ฝาก-ถอน ในช่องทางต่างๆ ก็มีการปรับระดับใหม่ โดยเฉพาะใน บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และ บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน แบบพื้นฐาน วงเงินฝาก-ถอน ผ่านแอปพลิเคชันหรือ โมบายแบงก์กิ้ง อาจถูกตั้งค่าต่ำกว่าผ่านสาขา เพื่อลดความเสียหายจากกรณีถูกแฮกบัญชี อย่างไรก็ดี ผู้ใช้งานสามารถขอปรับเพิ่มวงเงินได้โดยการเดินทางไปที่สาขาพร้อมบัตรประชาชน เพื่อดำเนินการ ยืนยันตัวตน แบบตัวต่อตัวกับ ตัวแทนธนาคาร ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่นาน แต่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างมาก ในทางกลับกัน การฝาก-ถอนเงินสดที่ เคาน์เตอร์แคชเชียร์ ในสาขาธนาคารหรือจุดให้บริการในเครือข่ายเช่น บิ๊กซี อาจมีวงเงินสูงกว่า แต่ก็ต้องเผชิญกับ ข้อกำหนดและเงื่อนไข ใหม่ที่อาจต้องแจ้งวัตถุประสงค์การใช้เงินหากเป็นจำนวนที่เกินเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนด เพื่อวัตถุประสงค์ในการ ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ที่ผิดปกติ

นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียม ต่างๆ ก็ถูกทบทวนใหม่เช่นกัน แม้ ค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี บางประเภทอาจยังคงเดิมหรือถูกยกเว้นเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการ แต่ค่าธรรมเนียมสำหรับการถอนเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารอื่นนอกเครือข่ายอาจเพิ่มสูงขึ้น เพื่อจูงใจให้ผู้ใช้หันมาใช้ช่องทางดิจิทัลหรือสาขาของตนเองมากขึ้น เรื่องของ ดอกเบี้ยเงินฝาก ก็ยังเป็นปัจจัยที่เชื่อมโยง เพราะบางผลิตภัณฑ์อาจให้ดอกเบี้ยสูงหากลูกค้ายินยอมทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก และลดการถอนเงินสดบ่อยครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางนโยบายการเงินของประเทศ

ในแง่ของ การเบิกเงินสดผิดปกติ หรือธุรกรรมที่น่าสงสัย ระบบของธนาคารในปี 2569 นี้ทำงานร่วมกับ ปปง. แบบเรียลไทม์มากขึ้น หากพบรายการ การสั่งจ่ายเงิน ที่ผิดปกติจากรูปแบบปกติของลูกค้า เช่น การถอนเงินจำนวนใหญ่จากบัญชีที่ปกติไม่ได้ใช้งานมาก หรือการถอนในพื้นที่ห่างไกลจากที่อยู่ตามบัตรประชาชน ธนาคารอาจติดต่อสอบถามทันทีผ่านช่องทางที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อ ยืนยันตัวตน ก่อนอนุญาตให้ทำรายการต่อ ซึ่งเป็นมาตรการที่อาจทำให้บางคนรู้สึกว่าลำบาก แต่ก็ช่วยป้องกันความสูญเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้ายนี้ การอัปเดต ระเบียบธนาคาร ยังครอบคลุมถึงการปิดบัญชีด้วย การปิดบัญชี ในปัจจุบันอาจมีขั้นตอนที่รัดกุมกว่าเดิม เพื่อป้องกันการนำบัญชีไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะหลังช่วงเหตุการณ์สำคัญเช่น การเลือกตั้ง ซึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของกระแสเงินทุน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น บริษัทเงินทุน หรือธนาคารพาณิชย์ ทุกแห่งจึงต้องปฏิบัติตาม ข้อกำหนดและเงื่อนไข ใหม่นี้อย่างเคร่งครัด โดยสรุปแล้ว แนวโน้ม บริการถอนเงิน และ บริการฝากเงิน ในปี 2569 มุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัยสูงสุดผ่านการตรวจสอบตัวตนหลายชั้น และการส่งเสริมการใช้ช่องทางดิจิทัล ขอให้ผู้ใช้บริการศึกษาข้อกำหนดจากธนาคารของตนให้ดี โดยเฉพาะในสมุดคู่มือ สมุดเงินฝาก หรือเว็บไซต์อย่างละเอียด เพื่อการทำธุรกรรมที่ราบรื่นและปลอดภัย

เงื่อนไขถอนเงิน - เช็ค

ภาพประกอบเกี่ยวกับ เช็ค

ค่าธรรมเนียมและระยะเวลา

เมื่อพูดถึง ค่าธรรมเนียมและระยะเวลา ในการใช้ บริการถอนเงิน หรือ บริการฝากเงิน ทุกวันนี้ ผู้ใช้บริการทางการเงินจำเป็นต้องทำความเข้าใจรายละเอียดให้ชัดเจน เพราะนโยบายของแต่ละ ธนาคาร หรือ บริษัทเงินทุน มีความแตกต่างกัน และมักมีการอัปเดตตาม ระเบียบธนาคาร และนโยบายของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมถึงข้อกำหนดจาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี 2569 นี้ โดยทั่วไป ค่าธรรมเนียม ที่เกี่ยวข้องสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท เริ่มจากค่าธรรมเนียมพื้นฐานสำหรับ ธุรกรรมทางการเงิน ผ่าน เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในสาขาธนาคาร ซึ่งสำหรับการ ฝาก-ถอนเงินสด ในจำนวนมาตรฐานอาจไม่เสียค่าธรรมเนียมหากทำผ่านธนาคารของตนเอง แต่หากใช้บริการผ่าน ตัวแทนธนาคาร เช่น เคาน์เตอร์บริการที่ บิ๊กซี หรือจุดให้บริการอื่นๆ อาจมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อยต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารเจ้าของบัญชีและข้อตกลงกับตัวแทน

สำหรับ การเรียกเก็บเงินตามเช็ค นั้น ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาการเคลียร์ริงสำคัญมาก หากคุณนำเช็คเข้าบัญชี บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือ บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เช็คภายในประเทศมักใช้เวลาคลีน 1-2 วันทำการก่อนเงินจะเข้าใช้ได้จริง และอาจมีค่าธรรมเนียมหากเป็นเช็คข้ามธนาคาร ส่วนเช็คต่างประเทศทั้งระยะเวลาและค่าธรรมเนียมจะสูงกว่า โดยอาจคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของวงเงินหรือมีค่าธรรมเนียมคงที่ ซึ่งก่อนทำรายการควรตรวจสอบ ข้อกำหนดและเงื่อนไข ของธนาคารให้ดี เนื่องจากบางแห่งอาจลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับลูกค้าระดับพรีเมียม นอกจากนี้ การเบิกเงินสดผิดปกติ หรือการถอนเงินจำนวนมากในครั้งเดียว อาจต้องแจ้งล่วงหน้าหรือมี วงเงินทำรายการ กำหนดไว้ ซึ่งหากเกินกว่าที่ตั้งค่าไว้ อาจต้องผ่านกระบวนการ ยืนยันตัวตน เพิ่มเติม เช่น ใช้ บัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด ร่วมกับ ลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย ที่ตรงกัน หรือการยืนยันผ่าน แอปพลิเคชันธนาคาร เพื่อความปลอดภัย

ในมุมของ ระยะเวลา นั้น เป็นปัจจัยที่ลูกค้าจำเป็นต้องรู้เพื่อวางแผนการเงิน การฝากถอนเงิน ผ่านช่องทางต่างๆ มีความเร็วแตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำธุรกรรมผ่าน โมบายแบงก์กิ้ง หรือแอปธนาคารมักเป็นแบบเรียลไทม์หรือภายในไม่กี่นาที ในขณะที่การโอนเงินข้ามธนาคารผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ก็เกือบจะทันทีเช่นกัน แต่สำหรับการถอนเงินผ่านตู้ ATM หรือเคาน์เตอร์ของธนาคารอื่น อาจมี วงเงินฝาก-ถอน ต่อวัน ซึ่งถ้าต้องการถอนเงินจำนวนมากเกินวงเงินที่กำหนด อาจต้องติดต่อสาขาโดยตรงและอาจใช้เวลาพิจารณา ส่วนการปิดบัญชีหรือการขอ สมุดเงินฝาก ฉบับใหม่ อาจมีค่าธรรมเนียมและใช้เวลาดำเนินการหลายวันทำการ

นอกจากค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมแล้ว ค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี ก็เป็นอีกจุดที่ควรจับตา แม้บัญชีออมทรัพย์พื้นฐานหลายบัญชีในปี 2569 นี้จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี หากมียอดเงินขั้นต่ำตามที่กำหนด แต่สำหรับบัญชีประเภทพิเศษหรือบัญชีธุรกิจ อาจมีค่าธรรมเนียมรายเดือนหรือรายปี ซึ่งตรงนี้ลูกค้าควรเปรียบเทียบข้อเสนอของแต่ละสถาบันให้ดี โดยพิจารณาจาก ดอกเบี้ยเงินฝาก และบริการเสริมที่ได้รับควบคู่ไปด้วย ข้อแนะนำคือ ควรศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์หรือสาขาธนาคารโดยตรง และสอบถาม เคาน์เตอร์แคชเชียร์ หรือพนักงานให้ชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขทั้งหมดก่อนเปิดบัญชีหรือทำธุรกรรมใหญ่ เพื่อป้องกันความไม่เข้าใจที่อาจนำไปสู่การถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่คาดคิด

สุดท้ายนี้ ภายใต้กรอบ ข้อบังคับสถาบันการเงิน ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย และมาตรการของ ปปง. ในปัจจุบัน การตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน เป็นไปอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกรรมขนาดใหญ่หรือที่มีรูปแบบซับซ้อน ซึ่งอาจส่งผลต่อทั้ง ระยะเวลา และ ค่าธรรมเนียม ได้ หากระบบตรวจพบกิจกรรมที่น่าสงสัย ธนาคารอาจต้องระงับการทำรายการชั่วคราวเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ดังนั้น ผู้ฝาก เงินควรเตรียมเอกสารยืนยันที่จำเป็นไว้เสมอ และทำความเข้าใจกระบวนการต่างๆ ให้ดี เพื่อให้การ การสั่งจ่ายเงิน หรือการถอนเงินเป็นไปอย่างราบรื่น ตรงตามความคาดหมายทั้งในแง่ของเวลาและค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

ในปี 2026 หากต้องการโอนเงินเกิน 50,000 บาทผ่านแอปพลิเคชัน ต้องทำอย่างไร?

ตามข้อกำหนดล่าสุดในปี 2026 การโอนเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้งที่มีมูลค่าตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง หรือมียอดรวมต่อวันเกิน 200,000 บาท จำเป็นต้องยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า (Biometric) ทุกครั้ง มาตรการนี้ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต

  • เงื่อนไขการยืนยันตัวตน:** ต้องสแกนใบหน้าเมื่อโอนเงินตั้งแต่ 50,000 บาท/ครั้ง หรือโอนยอดรวมเกิน 200,000 บาท/วัน
  • การเตรียมตัว:** ผู้ใช้งานต้องเคยถ่ายภาพใบหน้าเพื่อลงทะเบียนที่สาขาธนาคารหรือจุดบริการที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
  • วัตถุประสงค์:** เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงทางการเงิน (Scam) และการโอนเงินโดยมิจฉาชีพ

สามารถใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวเพื่อถอนเงินที่ธนาคารได้หรือไม่?

ได้ คุณสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพียงใบเดียวเพื่อถอนเงินสดจากบัญชีของคุณได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคารทุกสาขา วิธีนี้เป็นช่องทางบริการสำหรับกรณีที่คุณลืมสมุดบัญชีหรือบัตรเอทีเอ็ม โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารจะทำการตรวจสอบและยืนยันความเป็นเจ้าของบัญชีของคุณอย่างเข้มงวดก่อนอนุมัติการถอน

  • สถานที่:** สามารถทำรายการได้เฉพาะที่เคาน์เตอร์บริการของธนาคารสาขาเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับตู้ ATM ได้
  • เอกสาร:** ต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุและมีสภาพสมบูรณ์
  • ขั้นตอน:** เจ้าของบัญชีต้องเป็นผู้ทำรายการด้วยตนเอง กรอกใบถอนเงิน และลงลายมือชื่อให้ตรงกับที่ให้ไว้กับธนาคาร

ต้องถอนเงินสดจำนวนเท่าไหร่จึงควรแจ้งธนาคารล่วงหน้า?

โดยทั่วไปแล้ว หากคุณต้องการถอนเงินสดเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป ขอแนะนำให้แจ้งสาขาของธนาคารที่คุณต้องการไปทำธุรกรรมล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันทำการ การแจ้งล่วงหน้าจะช่วยให้ธนาคารสามารถสำรองเงินสดไว้ให้เพียงพอและช่วยให้กระบวนการถอนเงินของคุณรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

  • จำนวนเงิน:** โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ 500,000 บาท แต่สำหรับบางสาขาอาจเป็นยอดตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป
  • วิธีการแจ้ง:** สามารถโทรศัพท์ติดต่อสาขาที่ต้องการไปใช้บริการโดยตรงเพื่อแจ้งความประสงค์และนัดหมาย
  • ประโยชน์:** ลดระยะเวลารอคอยและรับประกันว่าสาขามีเงินสดเพียงพอสำหรับความต้องการของคุณ

ขั้นตอนการถอนเงินสดจากบัญชีธนาคารมีวิธีใดบ้าง?

ในปี 2026 การถอนเงินสดสามารถทำได้หลายวิธีเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุด คุณสามารถเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้บัตรที่ตู้ ATM การติดต่อเจ้าหน้าที่ที่สาขา หรือการใช้เทคโนโลยีผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ

  • ผ่านตู้ ATM:** ใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต ใส่รหัส PIN และเลือกจำนวนเงินที่ต้องการ เป็นวิธีที่สะดวกรวดเร็วที่สุด
  • ที่เคาน์เตอร์ธนาคาร:** ยื่นสมุดบัญชีพร้อมบัตรประชาชน หรือใช้บัตรประชาชนเพียงอย่างเดียว กรอกเอกสาร และให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ
  • ถอนเงินไม่ใช้บัตร (Cardless Withdrawal):** สร้างรายการผ่านโมบายแบงก์กิ้งเพื่อรับรหัสหรือ QR Code แล้วนำไปใช้ทำรายการที่ตู้ ATM

ในปี 2026 บัญชีต้องมีเงินเข้ากี่ครั้งจึงจะถูกส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร?

ตามกฎหมายธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) สถาบันการเงินมีหน้าที่รายงานข้อมูลบัญชีที่มีความเคลื่อนไหวตามเกณฑ์ที่กำหนดให้กรมสรรพากรทราบโดยอัตโนมัติ การถูกรายงานไม่ได้หมายความว่าจะต้องเสียภาษีทันที แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสทางภาษี

  • เกณฑ์ที่ 1:** มีการรับเงินหรือโอนเงินเข้าบัญชี (รวมทุกบัญชีภายใต้เลขบัตรประชาชนเดียวกัน) ตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไปต่อปี
  • เกณฑ์ที่ 2:** มีการรับเงินหรือโอนเงินเข้าบัญชีตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไปต่อปี และมียอดเงินรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี
  • ข้อควรจำ:** หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี ผู้มีรายได้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีให้ถูกต้อง แม้ข้อมูลจะไม่ถูกรายงานก็ตาม

ปัจจุบันสามารถถอนเงินสดจากธนาคารได้สูงสุดวันละเท่าไหร่?

วงเงินการถอนเงินสดสูงสุดต่อวันจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับช่องทางที่คุณเลือกใช้ โดยธนาคารจะกำหนดวงเงินสำหรับตู้ ATM ไว้เพื่อความปลอดภัย ในขณะที่การถอนเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคารจะมีความยืดหยุ่นมากกว่า แต่ก็อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการถอนเงินจำนวนมาก

  • ตู้ ATM:** วงเงินสูงสุดต่อวันมักจะอยู่ที่ 20,000 - 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทบัตรและนโยบายของแต่ละธนาคาร
  • การถอนเงินไม่ใช้บัตร:** วงเงินมักจะเทียบเท่ากับการถอนผ่านบัตรเดบิตที่ตู้ ATM
  • เคาน์เตอร์ธนาคาร:** โดยหลักการแล้วไม่มีเพดานสูงสุด แต่การถอนเงินจำนวนมาก (เกิน 500,000 บาท) ควรแจ้งให้สาขาทราบล่วงหน้า

การถอนเงินไม่ใช้บัตรผ่านแอปพลิเคชันมือถือคืออะไรและมีขั้นตอนอย่างไร?

การถอนเงินไม่ใช้บัตร (Cardless Withdrawal) คือบริการที่ช่วยให้คุณสามารถถอนเงินสดจากตู้ ATM ได้โดยไม่ต้องใช้บัตรเดบิตจริง เพียงแค่ทำรายการผ่านโมบายแบงก์กิ้งบนสมาร์ทโฟนของคุณ เป็นวิธีที่สะดวกและปลอดภัยอย่างยิ่ง เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากการสกิมมิ่งข้อมูลบัตรที่ตู้ ATM

  • ขั้นตอนในแอป:** เข้าสู่ระบบแอปธนาคาร, เลือกเมนู "ถอนเงินไม่ใช้บัตร", ระบุจำนวนเงิน และยืนยันเพื่อรับรหัสถอนเงิน
  • ขั้นตอนที่ตู้ ATM:** เลือกเมนู "ถอนเงินไม่ใช้บัตร" บนหน้าจอตู้, กรอกหมายเลขโทรศัพท์มือถือและรหัสที่ได้รับจากแอป
  • ความปลอดภัย:** รหัสสำหรับถอนเงินที่ได้รับจะมีอายุการใช้งานที่จำกัด (ปกติ 5-15 นาที) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

การถอนเงินสดที่ต่างประเทศมีเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมอย่างไร?

คุณสามารถถอนเงินสดในสกุลเงินท้องถิ่นจากตู้ ATM ในต่างประเทศได้ หากบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตของคุณมีสัญลักษณ์เครือข่ายสากล เช่น VISA, Mastercard หรือ PLUS อย่างไรก็ตาม การทำธุรกรรมดังกล่าวจะมีค่าธรรมเนียมเกิดขึ้น ซึ่งควรตรวจสอบกับธนาคารผู้ออกบัตรของคุณก่อนเดินทาง

  • บัตรที่รองรับ:** บัตรเดบิตหรือเครดิตที่เปิดใช้งานสำหรับธุรกรรมในต่างประเทศและมีสัญลักษณ์เครือข่ายสากล
  • ค่าธรรมเนียมหลัก:** โดยทั่วไปประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ค่าธรรมเนียมการกดเงินสด (ประมาณ 100 บาท/ครั้ง) และค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (สูงสุด 2.5% ของยอดถอน)
  • ข้อแนะนำ:** ควรเปิดใช้งานบัตรสำหรับใช้ในต่างประเทศผ่านแอปหรือ Call Center และตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อวางแผนการใช้จ่าย